ความฉิบหายของชีวิต

เมื่อก่อนอยู่สบายมาตลอด

ชนิดที่ว่า งานไม่ต้องทำ ข้าวไม่ต้องซื้อกินเอง

บ้านไม่ต้องดูแล มีแต่คนทำให้ตลอด

ก็เลยติดนิสัยไม่ต้องพึงตนเอง ทำอะไรไม่เป็น

และเป็นคนที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด วางแผน

และเทคแคร์คนอื่น คิดว่าชาตินี้ไม่ต้องอดเลยนะ

ผมเลยเป็นคนนิสัยเสียแต่นั้นมา

ผมเบื่อนะที่มีคนทำแทน เบื่อความสบาย

เบื่อที่ไม่ต้องพึ่งตนเอง และเบื่อที่ทำอะไรไม่เป็น

ตอนเรียนก็เรียนๆ ไป พอผ่านๆ คิดว่าจบมาแล้วสบาย

และผมก็ฝันว่าจบมาแล้วก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ

หลังจากนั้นก็จบมาทำงานประจำ ตามที่พ่อแม่แนะนำ

และพ่อแม่ก็ฝากงานให้บริษัท

แต่หารู้ไม่ว่าการที่ผมทำอะไรไม่เป็นแล้วไปฝากงานเขุา

มันคือหายนะ ความฉิบหายของชีวิต ซึ่งตอนนั้นผมรู้อยู่แล้ว

แต่ติดนิสัย

พอออกจากงานมีเงินติดตัว ทำธุรกิจส่วนตัวโดยการหุ้นกับเพื่อน

แต่ตอนนั้นทำอะไรไม่เป็น ดูแลธุรกิจไม่ได้ จนเจ๊ง แม่เรียกกับไปทำงานประจำ

แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นหายะ และจะฉิบหายตลอดชีวิต

แต่ผมรู้ ผมไม่ไป และ ก็ยังทำงานอีกธุรกิจกับเพื่อน โดยไม่มีค่าแรง

เพื่อที่จะฝึกฝนทำงานให้เป็นและทำให้ชีวิต พลิกกลับมาเป็นนายตัวเองได้อีกครั้ง

แต่กลับไม่เป็นอะไรเลย 

จนมีรุ่นพี่ที่มหาลัย แนะนำให้ไปทำงานที่โรงไม้

และเห็นว่าเป็นทางรอดอีกทางและเป็นชีวิตที่

คิดว่าเป็นขาขึ้นเพื่อที่จะเป็นในงานสายธุรกิจส่วนตัว

อีกครั้ง

จนตอนนี้ข้าวไม่มีกิน สมาร์ทโพน เสียใช่งานไม่ได้

มีเพียง โน๊ตบุค และมือถือได้แค่โทรเข้าออก เท่านั้น

ตอนนี้รู้สึกเหงาเหลือเกิน ไม่มีใครคุยด้วย และตอนนี้คิดได้แล้ว

ว่า ถ้ารู้จักคิด รู้จักวางแผนชีวิตตั้งแต่แรก ก็จะไม่มีอยู่ในสภาพนี้

จากคนที่มีกิน ไม่ต้องทำอะไร จนนิสัยเสีย จนตอนนี้ชีวิตล่มจม

ฝึกคิดจนเริ่มคิดเป็น และ พยายามอย่างยิ่งเพื่อให้ชีวิตในวันข้างหน้า

ดีขึ้น ถ้าย้อนกลับไปได้ ผมจะหนีความสบายในวัยเด็กตั้งแต่ต้นมาพึ่งตนเอง

ไม่ใช่นั่งรอความสบายจนมันมาฆ่าตนเอง

ผมเสียใจในความสบายที่มันไม่สอนให้ดิ้นรนอะไรเลย

จนมันกัดกินชีวิตจนฉิบหายวายปลวก

ตอนนี้ผมยังลุกขึ้นสู้ และจะสู้จนชีวิตดีขึ้นให้ได้

ผมหวังว่าวันข้างหน้าชีวิตจะดีขึ้นและพบความสำเร็จในที่สุด

Leave a Reply

SCROLL TO TOP